Garden Lighting : แสงสวยช่วยได้

Updated: Jun 14

ว่ากันว่าสวนจะสวยมากขึ้นเมื่อใช้สวนในตอนค่ำ และสวนจะมีเสน่ห์มากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า ถ้าได้รับการออกแบบแสงไฟ แสงสว่างภายในสวนให้เหมาะสม วันนี้ ' กิ่งก้านใบ ' จะมาเปิดเผย และเจาะลึกรายละเอียดโคมไฟสนามชนิดต่างๆที่เราเลือกใช้ เพื่อสร้างบรรยากาศสวยๆให้เกิดขึ้นภายในสวนมินิมอลโมเดิร์น





เริ่มต้นด้วย Uplight เป็นไฟประเภท Spotlight ซึ่งเป็นไฟพื้นฐานที่ต้องมีในทุกสวน ใช้สำหรับส่องต้นไม้ใหญ่ หรือชิ้นงานที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ ติดตั้งได้ทั้งแบบปักดิน และแบบยึดสกรูกับพื้น ปรับมุมโคมได้ เพื่อโฟกัสแสงที่ต้องการเน้น อย่าลืมหันหน้าเลนส์ออกจากพื้นที่ใช้งาน แสงจะได้ไม่รบกวนสายตา







Uplight แบบ Pole type ใช้เหมือน Uplight แบบปักดิน แต่จะใช้ในกรณีที่ต้องติดตั้งโคมในแปลงไม้พุ่ม ซึ่งถ้าติดแบบปักดินใบของไม้พุ่มจะบังหน้าเลนส์ ทำให้ได้แสงไม่เต็มที่ โดยเสาPole จะทำหน้าที่ยกระดับโคมให้สูง เพื่อให้โคมทำหน้าที่ส่องแสงได้อย่างเต็มที่






ไฟติดผนัง (Wall mount light) ใช้เพื่อเน้นผนังในสวนให้สวย และโดดเด่น ตัวโคมมีให้เลือกหลายแบบ ทำหน้าที่เป็นของตกแต่งได้ ให้ทิศทางแสงได้หลากหลายจัดวางจังหวะดีๆ ผนังในสวน สวยแน่นอน







เสาไฟสนาม (Bollard light) ใช้สำหรับให้แสงสว่างกับพื้นสนาม หรือทางเดิน โดยปรกติแล้วสามารถให้ความสว่างกับพื้นที่รอบๆได้ประมาณ 4 ตารางเมตร การติดตั้งบนพื้นหญ้าต้องทำฐานคอนกรีตรองรับ จัดวางเป็นระยะสร้างเป็นเส้นนำสายตาในสวนได้ และเพราะเป็นวัตถุชิ้นใหญ่ในสวน ควรเลือกสีของโคมให้เข้ากับสวนโดยรวม








เสาไฟสนามเตี้ย แบบตั้งบนพื้น (Terrace bollard light) ทำหน้าที่ส่องพื้น เหมือน Bollard light แต่เมื่อนำมาใช้บนเทอเรส จึงต้องเลือกใช้แบบเตี้ย ติดตั้งบริเวณมุมของเทอเรส หรือลานกระเบื้อง เพื่อสร้างขอบเขตให้กับพื้นที่










ไฟฝังพื้น (Floor mount lighting) ใช้สำหรับฝังบนพื้น หรือพื้นไม้ มี Spec ให้เลือกใช้ได้หลากหลาย ใช้สร้างเส้นนำสายตาบนพื้น และเพิ่มความน่าสนใจในระดับพื้นให้กับพื้นที่ ควรใช้หลอด LED เพราะเวลาเดินเหยียบ จะได้ไม่ร้อน






Downlight ใช้กับพื้นที่กึ่งภายนอก เช่นศาลานั่งเล่นในสวน หากมีหลังคากันฝนสามารถใช้แบบภายในได้ แต่หากเป็นแบบเปิดโล่งไม่กันฝน ต้องใช้ชนิดภายนอกเท่านั้น การติดตั้งต้องกำหนดตำแหน่งให้แม่นยำ และกำหนดจำนวนให้เหมาะสมไม่มืดหรือสว่างเกินไป





ไฟใต้น้ำ (Underwater uplight) ใช้สำหรับให้แสงใต้น้ำ เช่นบ่อปลา หรือบ่อน้ำตก ตัวโคมควรเป็น Stainless มียางกันน้ำที่มีคุณภาพดี หากใช้กับบ่อน้ำตก ควร Focus หน้าเลนส์เข้าหาแผ่นน้ำตก จะได้แสงที่สวย การติดตั้งสามารถยึดติดกับพื้นของบ่อ หรือจะเลือกยึดกับแป้น Stainless ถ่วงน้ำหนัก เพื่อปรับมุมแสงในภายหลังได้ตามต้องการ







ไฟเส้น (Rope light) ใช้เน้นเส้นตรงที่เกิดขึ้นกับชิ้นงานในสวน เพิ่มความน่าสนใจให้กับชิ้นงาน โดยทำให้ชิ้นงานเกิดมิติ ใช้บ่อยในดีเทลขั้นบันได ขอบเทอเรส ขอบGarden bar โดยคุณสมบัติแล้วเป็นโคมที่ให้แสงอ่อน เวลาติดตั้งจึงต้องมีชิ้นงานที่เป็นฉากหลังมารับแสง เพื่อให้แสงออกมาชัดเจน และได้ Effect ตามที่ต้องการ






และทั้งหมดนี้ คือไฟสำหรับงานภายนอกที่กิ่งก้านใบเลือกใช้บ่อยๆ ซึ่งมีรายละเอียดในการพิจารณาเลือกใช้ในแต่ละเคสที่แตกต่างกัน เพื่อให้แต่ละสวนออกมาสมบูรณ์แบบ เห็นไหมว่าแค่จัดแสงในสวนให้สวยๆ ก็ช่วยได้เยอะจริงๆ



0 views