Garden Lighting : แสงสวยช่วยได้

Updated: Sep 29, 2020


ว่ากันว่าสวนจะสวยมากขึ้นเมื่อใช้สวนในตอนค่ำ และสวนจะมีเสน่ห์มากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า ถ้าได้รับการออกแบบแสงไฟ แสงสว่างภายในสวนให้เหมาะสม วันนี้ ' กิ่งก้านใบ ' จะมาเปิดเผย และเจาะลึกรายละเอียดโคมไฟสนามชนิดต่างๆที่เราเลือกใช้ เพื่อสร้างบรรยากาศสวย ๆ ให้เกิดขึ้นภายในสวนมินิมอลโมเดิร์น (Minimal Modern Style)





เริ่มต้นด้วย Uplight เป็นไฟประเภท Spotlight ซึ่งเป็นไฟพื้นฐานที่ต้องมีในทุกสวน ใช้สำหรับส่องต้นไม้ใหญ่ หรือชิ้นงานที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ ติดตั้งได้ทั้งแบบปักดิน และแบบยึดสกรูกับพื้น ปรับมุมโคมได้ เพื่อโฟกัสแสงที่ต้องการเน้น อย่าลืมหันหน้าเลนส์ออกจากพื้นที่ใช้งาน แสงจะได้ไม่รบกวนสายตา




Uplight แบบ Pole type ใช้เหมือน Uplight แบบปักดิน แต่จะใช้ในกรณีที่ต้องติดตั้งโคมในแปลงไม้พุ่ม ซึ่งถ้าติดแบบปักดินใบของไม้พุ่มจะบังหน้าเลนส์ ทำให้ได้แสงไม่เต็มที่ โดยเสา Pole จะทำหน้าที่ยกระดับโคมให้สูง เพื่อให้โคมทำหน้าที่ส่องแสงได้อย่างเต็มที่




ไฟติดผนัง (Wall mount light) ใช้เพื่อเน้นผนังในสวนให้สวย และโดดเด่น ตัวโคมมีให้เลือกหลายแบบ ทำหน้าที่เป็นของตกแต่งได้ ให้ทิศทางแสงได้หลากหลายจัดวางจังหวะดีๆ ผนังในสวน สวยแน่นอน





เสาไฟสนาม (Bollard light) ใช้สำหรับให้แสงสว่างกับพื้นสนาม หรือทางเดิน โดยปรกติแล้วสามารถให้ความสว่างกับพื้นที่รอบๆได้ประมาณ 4 ตารางเมตร การติดตั้งบนพื้นหญ้าต้องทำฐานคอนกรีตรองรับ จัดวางเป็นระยะสร้างเป็นเส้นนำสายตาในสวนได้ และเพราะเป็นวัตถุชิ้นใหญ่ในสวน ควรเลือกสีของโคมให้เข้ากับสวนโดยรวม






เสาไฟสนามเตี้ย แบบตั้งบนพื้น (Terrace bollard light) ทำหน้าที่ส่องพื้น เหมือน Bollard light แต่เมื่อนำมาใช้บนเทอเรส จึงต้องเลือกใช้แบบเตี้ย ติดตั้งบริเวณมุมของเทอเรส หรือลานกระเบื้อง เพื่อสร้างขอบเขตให้กับพื้นที่