3 ขั้นตอนดูแลสวนในช่วงหน้าร้อน

 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ “ฤดูร้อน” อย่างเป็นทางการอุณหภูมิที่พุ่งขึ้นสูงทะลุปรอทแบบนี้ถ้าได้น้ำเย็นๆสักแก้วก็คงจะช่วยคลายร้อนให้เราได้อยู่บ้าง แต่สำหรับต้นไม้ต่างๆภายในสวนที่อยู่ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุเช่นนี้คงจะทนไม่ไหวแล้วเหี่ยวเฉาไปในที่สุด เพราะพืชเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกับคนจึงต้องการบำรุงรักษาและทะนุถนอมเช่นเดียวกัน วันนี้ กิ่ง ก้าน ใบ มีวิธีรับมือกับปัญหาสวนในหน้าร้อนมาฝากกัน

 

 

 

1.รดน้ำสม่ำเสมอ

อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะส่งผลให้พืชมีอัตราการคายน้ำที่สูง ทำให้พืชต้องการน้ำทั้งจากใต้ดินและในอากาศ การให้น้ำต้นไม้จึงจำเป็นต้องให้มากขึ้นและการรดน้ำต้องให้มีความสม่ำเสมอมากเป็นพิเศษ การรดน้ำควรรดในตอนเช้าหรือเย็น ช่วงที่อากาศไม่ร้อนจนเกินไป ซึ่งเวลาที่เหมาะสม คือ 6.00 – 8.00 น. และ 17.00 ไปจนถึงตะวันตกดิน หรืออาจรดวันละครั้งในปริมาณที่มากกว่าปกติ โดยรดรอบโคนต้นไม้ให้ชุ่มและพุ่มใบเพื่อช่วยลดการคายน้ำ

 

TIPS :

1.1 หลีกเลี่ยงการรดน้ำช่วงเวลากลางคืนซึ่งมีความชื้นในอากาศสูง อาจก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อราและโรคพืชได้ และต้องระวังน้ำที่ค้างอยู่ในสายยางที่วางตากแดดไว้ด้วยเพราะเปรียบเสมือนการเอาน้ำร้อนมารดต้นไม้นั่นเอง

 

 

1.2 หาวัสดุคลุมดินที่ช่วยลดการระเหยของน้ำบริเวณรอบโคนต้น เช่น กาบมะพร้าวสับ เพื่อจะให้หน้าดินมีความชุ่มชื่นนานยิ่งขึ้น

 

 

 

2.พรวนดินและฟื้นฟูสภาพดิน

การพรวนดินให้ร่วนซุยจะช่วยให้ดินโปร่งมีช่องอากาศช่วยให้รากหาอาหารและดูดซับน้ำได้ดียิ่งขึ้น การฟื้นฟูดินก็เป็นอีกเรื่องสำคัญโดยใส่อินทรียวัตถุที่หาได้ง่ายๆ ได้แก่ เศษซากพืช เช่น กิ่งไม้ ใบไม้แห้ง เศษหญ้า แกลบ ฟางข้าว เปลือกถั่ว กาบมะพร้าวสับ อินทรียวัตถุเหล่านี้จะทำหน้าที่ปรับปรุงโครงสร้างดินทำให้ดินที่แข็งและแน่น ๆ ค่อย ๆ ร่วนซุยขึ้น ส่งผลให้รากพืชชอนไชได้ดีนั่นเอง

 

 

3.ตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่ม

ควรมีการตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่มต้นไม้เพื่อให้ต้นไม้แข็งแรงและอายุยืน โดยเลือกตัดเฉพาะกิ่งที่ไม่จำเป็น กิ่งแห้งตาย กิ่นอ่อนแอ หรือกิ่งที่เป็นโรค ข้อดีของการตัดอต่งกิ่งคือช่วยลดการคายน้ำ เพิ่มความโปร่งให้กับทรงพุ่มทำให้ต้นไม้ได้รับแสงมากขึ้น ป้องกันการลุกลามของโรคพืช แมลงและศัตรูพืช ช่วยกระตุ้นการแตกยอดใหม่และผลิดอกออกผลตามฤดูกาล ทั้งยังช่วยสร้างความสมดุลให้ต้นไม้ การตัดแต่งกิ่งออกบ้างจะช่วยให้สัดส่วนของอาหารที่สะสมอยู่ในต้นไม้อยู่ในระดับที่เหมาะกับการออกดอกและผลและช่วยให้ต้นไม้ฟื้นตัวเร็วหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารบ้านและสวน

ขอบคุณภาพจาก Pinterest

 

 

 

 

 

 

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Please reload